วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563

หัวทิ่มหัวตำ! "ริโอ" เผยสาเหตุที่ "วิดิช" แพ้ทาง "ตอร์เรส"

ริโอ เฟอร์ดินานด์ อดีตปราการหลังของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เผยถึงสาเหตุที่ทำให้ เนมานยา วิดิช อดีตคู่หูแนวรับทีมชาติเซอร์เบีย แพ้ทางการเล่นของ เฟร์นานโด ตอร์เรส อดีตดาวยิงลิเวอร์พูล และทีมชาติสเปน


"อย่างแรกเลย พวกเราคือคู่เซ็นเตอร์แบ็กที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก เชื่อผมสิ และกองหน้าส่วนใหญ่ต้องฉีกหนีออกไปเล่นด้านข้างอยู่หลายครั้ง เพราะพวกเขาไม่ต้องการปะทะกับเราแบบซึ่งๆหน้า มันบ้าจริงๆ"

"แต่มันจะมีผู้เล่นคนหนึ่งที่คุณต้องเจอในอาชีพค้าแข้ง เป็นนักเตะประเภทที่จะทำให้คุณต้องพบกับความยากลำบากอยู่เสมอ นักเตะคนนั้นอาจจะไม่ได้ดีที่สุดบนโลก แต่สไตล์การเล่นของเขาอาจเผาเครื่องคุณได้เป็นชิ้นๆ และสำหรับ ตอร์เรส ก็อาจเป็นนักเตะแบบนั้นที่ทำกับเนมานยา"

"ตอร์เรสเป็นนักเตะที่เนมานยารับมือได้ยากมากเวลาเผชิญหน้ากัน และอาจเป็นนักเตะแค่คนเดียวที่ทำให้เนมานยาเจอกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก โดยเฉพาะการโดยไล่ออกถึง 2 ครั้ง ซึ่งเคยเกิดขึ้นช่วงต้นเกมด้วย"

"แต่ตอร์เรสเป็นสุดยอดนักเตะ สมัยที่เขาโชว์ฟอร์มพีคๆกับลิเวอร์พูล เขาเป็นหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุด เขาคือกองหน้าจอมทำลายล้าง ถึงกระนั้น สำหรับผม ถ้าดวลกัน 1 ต่อ 1 เอาจริงๆนะ เขาไมได้สร้างปัญหาให้กับผมสักเท่าไหร่"

 pbirg.com

ริโอ เฟอร์ดินานด์


ช่วงชีวิตวัยรุ่นของเขา เขาได้ลงเล่นให้กับทีมท้องถิ่นที่ชื่อ บลูมฟิลด์ส ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวกลาง และหากดูจากเว็บไซต์ส่วนตัวของเขาเองบอกไว้ว่า เขาทำประตูได้ถึง 30 ประตูเลยทีเดียว หลังจากนั้นเขาก็ย้ายทีมไปเล่นให้กับ เอลธัม ทาวน์ ในทีมรุ่นอายุไม่เกิน 13 และ 14 ปี โดยที่นี่เขาลงเล่นในตำแหน่ง มิดฟิลด์ตัวกลาง และทำให้แมวมองจากทีมเวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ให้ความสนใจในตัวเขา


เขาเซ็นสัญญาร่วมทีมกับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ในฐานะนักเตะฝึกหัดด้วยวัยเพียง 14 ปี และเมื่ออายุได้ 16 ปี เขาปฏิเสธการยื่นข้อเสนอจาก pbirg.com มิดเดิ้ลสโบรซ์, นอร์วิช ซิตี้, มิลล์วอลล์, ชาร์ลตัน และ เชลซี โดยตัดสินใจอยู่ค้าแข้งกับทีมขุนค้อนต่อไป ด้วยสัญญา 2 ปี ในการเป็นนักเตะทีมชุดเยาวชน ด้วยค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 30 ปอนด์


ในขณะนั้นหน้าที่ของเขาคือทำความสะอาดรองเท้าของตำนานของทีมอย่าง โทนี่ คอตตี้ และ ผู้จัดการทีม แฮร์รี่ เรดแนปป์ ส่วนในสนามเขาก็สามารถช่วยทีมเยาวชนคว้าแชมป์ South East Counties League ในปี 1995-1996 ความสามารถของเขาทำให้ เรดแนปป์ สนใจที่จะเซ็นสัญญากับเขาในฐานะนักฟุตบอลในทีมชุดใหญ่ ซึ่งในขณะนั้น ริโอ มีอายุเพียง 17 ปี เท่านั้น


การลงเล่นนัดแรกของเขาให้กับทีมชุดใหญ่ในวันที่ 5 พฤษภาคม 1996 เขาลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมที่พบกับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ ที่ อัพตัน พาร์ค ฤดูกาลหลังจากนั้น เรดแนปป์ ได้ส่งเขาไปเล่นกับ บอร์นมัธ ด้วยสัญญายืมตัว เขาลงเล่นให้กับทีมในดิวิชั่น 2 จำนวน 10 นัด ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 1996 ถึง 11 มกราคม 1997 แล้วจึงกลับมาเล่นให้กับ เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด ตามเดิม เขาเริ่มเล่นให้กับทีมอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 25 มกราคม 1997 ซึ่งเป็นความทรงจำที่ไม่ค่อยดีนัก เมื่อทีมของเขาพ่ายในศึก เอฟเอ คัพ 0 - 1 ตามมาด้วยการพ่ายแพ้ในศึก พรีเมียร์ ลีก ที่ต้องพบกับ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่ อีวู้ด พาร์ค 2 - 1 ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 1997 ริโอ ลงเล่นให้ทีมขุนค้อน 152 นัดทำได้ 2 ประตู ก่อนจะย้ายไปเล่นให้กับ ลีดส์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 2000 ในขณะนั้นถือเป็นค่าตัวนักฟุตบอลที่แพงที่สุดในเกาะอังกฤษ และเป็นค่าตัวกองหลังที่แพงที่สุดในโลกด้วย แต่เขาเริ่มต้นกับทีมใหม่ได้ไม่ค่อยดีนัก ด้วยนัดแรกที่พ่ายต่อ เลสเตอร์ ซิตี้ 1 - 3 และตามมาด้วยการแพ้ต่อ เซาแธมป์ตัน 1 - 0


หลังจากนั้นชีวิตในลีดส์ ก็ดูเหมือนจะดีขึ้น และเขาก็ได้ช่วยทีมของ เดวิด โอเลียรี่ ให้ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้สำเร็จ ซึ่งเขาสามารถทำได้ 3 ประตูในฤดูกาลแรกกับ ลีดส์ โดยประตูเหล่านั้นได้มาโดยการยิงทีม ลิเวอร์พูล, ลาคอรุนญ่า และทีมเก่าของเขาเอง เวสต์ แฮม ยูไนเต็ด


ฤดูกาลที่ 2 กับทีมก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ฟอร์มการเล่นของเขาก็พัฒนาขึ้น เป็นกองหลังที่มีความสามารถมากคนหนึ่ง และด้วยเหตุนี้เอง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมองเห็นความสามารถของเขา จึงได้ติดต่อซื้อตัวเขามาร่วมทีมก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายจะเริ่มขึ้น การเจรจาต่อรองเรื่องค่าตัวของเขาเกิดขึ้น และใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการยื่นข้อเสนอ จนมาตกลงกันได้ที่ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ และกลายเป็นสถิติใหม่ของนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ


ฤดูกาลแรกของเขาที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขาต้องพบกับอาการบาดเจ็บ และมีฟอร์มที่ไม่ดีนักในสนาม แต่ก็ยังสามารถช่วยทีมคว้าถ้วยแชมป์ลีก กลับคืนมาจาก อาร์เซนอล ได้สำเร็จเป็นเป็นแชมป์ลีกครั้งที่ 15 ของสโมสร


ริโอ เฟอร์ดินานด์ กล่าวว่า เขาย้ายมาที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพื่อต้องการถ้วยแชมป์ และฝันของเขาก็เป็นจริงหลังจากย้ายมาเพียง 10 เดือนเท่านั้น



ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

ผีลุ้นขึ้นที่6! 7 ประเด็นก่อนเกมแมนยูบุกรังเซาธ์แฮมป์ตัน

คืนนี้ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เจออีกหนึ่งบททดสอบสำคัญ ในศึก พรีเมียร์ลีก "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีคิวบ...